ซีรี่ย์เกาหลี 18 Again : มากกว่าความฟิน คือความจริงของชีวิต

, , Comments Off on ซีรี่ย์เกาหลี 18 Again : มากกว่าความฟิน คือความจริงของชีวิต

ซีรี่ย์เกาหลี 18 Again : มากกว่าความฟิน คือความจริงของชีวิต เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การย้อนวัยกลายไปเป็นเด็ก แต่เป็นซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซี ที่นอกจากจะขายความฟินแบบจิ้นข้ามรุ่นแล้ว เรายังจะได้เห็นผลงานที่ท้าทายฝีมือการแสดงของ อีโดฮยอน ที่เราคุ้นหน้ากันดีจากบท โกชองมยอง คนรักของนางเอกไอยู

ในอดีตชาติจากซีรีส์เรื่อง Hotel Del Luna อีกด้วย ต้องบอกว่าเรื่องนี้ฮีสอบผ่านการขึ้นแท่นรับบทพระเอกครั้งแรกอย่างปังปุริเย่ ตีบทแตกกระจุยกระจาย ใช้คำว่าสนุกมากกับซีรีส์เรื่องนี้ได้เลยจ้ะ

ฮงแดยอง (ยุนซังฮยอน) ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าวัย 37 ประกาศลาออกจากงานด้วยความคับแค้นทั้ง ๆ ที่อดทนทำงานมาหลายปีเพื่อครอบครัว ความจริงวันนี้เขามีความหวังว่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง นอกจากรายได้ที่มากขึ้นแล้วเขายังจะใช้เรื่องนี้ง้อ จองดาจอง (คิมฮานึล) ภรรยาของเขา ที่กำลังจะหย่ากัน

ฮงแดยองในวัยเด็ก เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลดาวรุ่งและกำลังจะได้เข้าเรียนโควต้านักกีฬาในมหาวิทยาลัยระดับประเทศ แต่ชีวิตของเขากลับไม่ไปถึงฝัน เมื่อจองดาจอง แฟนสาว ในวัย 18 มาบอกกับเขาก่อนการแข่งขันว่าเธอกำลังตั้งครรภ์

เขาตัดสินใจเลือกจองดาจอง และลูก ด้วยการเดินออกจากการแข่งขันรอบคัดเลือก สองคนกลายเป็นพ่อแม่วัยใสที่ไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อนร่วมรุ่น ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ในฐานะพ่อแม่ก่อนวัยอันควร เพื่อดูแลลูกฝาแฝดชายหญิง ชีอา (โนจองอี) และชีอู (Ryeoun)

หลังฝ่าฟันความยากลำบากร่วมกันมา 20 ปี หลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไปอย่างไม่เคยคิดฝัน ฮงแดยอง รู้สึกว่าการตัดสินใจในวัย 18 วันนั้น มีสิ่งที่ทำให้เขาเสียดายหลายเรื่อง ขณะที่กลับไปที่โรงเรียนเพื่อรำลึกความหลังเขาคิดเล่น ๆ ว่าอยากกลับไป 18 อีกครั้ง และเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อเขาได้กลับไปเป็น ฮงแดยอง (อีโดฮยอน) ในวัย 18 เข้าจริง ๆ

18 Again เป็นซีรีส์รีเมกมาจากภาพยนตร์ฝั่งอเมริกาเรื่อง 17 Again ว่าด้วยเรื่องชายวัยกลางคนที่สามารถย้อนกลับไปเป็นตัวเองในวัยเด็กอีกครั้ง ก็แน่นอนที่เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ แต่ซีรีส์สะท้อนมุมมองให้เห็นว่า หากเราย้อนเวลากลับไปได้ เราจะได้พบกับความจริงบางอย่างที่เราในอดีต อาจจะมองข้ามมันไป ภาพยนตร์ต้นฉบับบอกเลยว่าไม่เคยดูนะคะ ก็จะไม่ขอเทียบความต่างแต่จะพูดถึงอารมณ์ บท การแสดงในเวอร์ชันนี้เพียว ๆ ก็แล้วกัน

เมื่อฮงแดยองพบกับปาฏิหาริย์ ที่ทำให้เขากลับไปเป็นเด็กอายุ 18 อีกครั้ง เขาก็ตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตนักเรียน ภายใต้ตัวตนใหม่ ในฐานะ โกอูยอง ลูกชายของ โกด็อกจิน (คิมคังฮยอน)เพื่อนสนิท เรียนโรงเรียนเดียวกับลูกซึ่งก็คือโรงเรียนมัธยมเซริน โรงเรียนเก่าของเขานั่นแหละ แต่สิ่งที่ทำให้เขาได้พบมากกว่าการ กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง คือการได้รับรู้ว่าที่ผ่านมาเขาเป็นพ่อที่ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของลูกฝาแฝดของเขาอย่างแท้จริงเลยต่างหาก

หนำซ้ำเขายังค่อย ๆ รู้ความจริงที่เขาเข้าใจผิดเกี่ยวกับจองดาจองภรรยาของตัวเองและได้ทำความรู้จักกับเธอในมุมมองใหม่ที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิด แม้แต่ความจริงของพ่อตัวเอง ที่เมื่อเขารู้ก็ต้องเสียน้ำตาให้ หากเรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงกับชีวิตครอบครัวของใครหลายคน

มันอาจเป็นพรจากพระเจ้า แต่ ชีวิตจริงไม่ใช่จ้ะ ไม่มีใครสามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ หรือเห็นความจริงต่างมุมมองได้ ซึ่งซีรีส์กำลังเตือนสติเราว่า ทำตอนนี้ให้ดีที่สุดซะเถอะนะ ก่อนที่อะไร ๆ มันจะสายจนเกินไป

เราอาจจะต้องชมเชยไปถึงภาพยนตร์ต้นฉบับ ที่ทำเอาไว้น่าจะดีทีเดียวจนถูกนำมาทำซ้ำอีกครั้งในรูปแบบซีรีส์สไตล์เกาหลี บอกเลยว่าพล็อตและบทเรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ทุกคนควรดูและดูได้ทุกเพศทุกวัยแบบฟีลกู้ดกันเลยทีเดียว และความที่เป็นซีรีส์ที่มีความยาว 16 ตอน ความละเอียดของบทและการนำเสนอ จึงมีมุมเรียกน้ำตาแบบเผลอ ๆ มาได้หลายซีนเลยแหละ

ในขณะที่ฮงแดยอง ได้กลับไปเล่นบาสเกตบอลอีกครั้งและใกล้ชิดกับลูก ๆ ที่เหมือนจะห่างเหิน ทางฝ่ายจองดาจองเองก็กำลังเดินตามความฝันในการเป็นผู้ประกาศข่าวที่เธอจำต้องวางไว้เพื่อทำหน้าที่แม่ตั้งแต่อายุ 18 สองคนต่างทำในสิ่งที่ตัวเองพลาดไปเมื่อวัยเด็ก ช่วงเวลาที่ต้องห่างกันทำให้สองคนได้เรียนรู้ผ่านมุมมองใหม่ที่ไม่เคยมอง แมสเสจแรกที่ซีรีส์ส่งถึงคือ ช่วงชีวิตของวัยรุ่น ชีวิตของตัวเองที่พลาดไปจนเกิดเหตุไม่คาดฝันและทำให้ชีวิตไม่เป็นไปตามวัย ชีวิตและความรู้สึกของลูกที่เราเมื่อเป็นพ่อแม่ อาจมองข้ามและหลงลืมช่วงวัยที่เราเองก็เคยผ่าน เพราะความรัก ความเป็นห่วงมาบังหน้า

เมสเสจที่สองคือ ชีวิตของคู่รักและครอบครัว ที่เมื่อมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ใกล้ชิดกัน ด้วยภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง อาจหลงลืมอะไรไปบางอย่าง จนแม้แต่การพูดคุยแบบเปิดอกเพียงง่าย ๆ ก็ถูกละเลยและมองข้ามส่วนนั้นไป ลืมแม้กระทั่งว่าเราเคยรักกันมากแค่ไหน จนสามารถมองอีกฝ่ายเป็นคนไม่เอาไหน วันเวลาที่ละเลยทำให้ครอบครัวไม่เป็นครอบครัว จนขาดความเคารพและไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เมสเสจทั้งสองนี้ฉายชัดอยู่ในเนื้อหาของซีรีส์แทบจะทุกตอนเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะช่วงกลางถึงท้ายที่ซีรีส์ใกล้จะจบ จะเข้มข้นขึ้นมากจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นซีรีส์เตือนสติสถาบันครอบครัวกันเลยทีเดียว

สรุป
ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ ยังย้ำเตือนถึงคำว่ามิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนถึงเพื่อน ถึงจะนำเสนอมาด้วยวิธีการแบบคอมเมดี้แต่ก็ลึกซึ้ง ซีนเพื่อนพระเอกนางเอกนี่มีแต่ความฮา บ๊อง ๆ บวม ๆ แต่ก็ทำให้คนดูรู้สึกได้ว่า การมีเพื่อนที่ดีไว้ข้างกายสักคนหนึ่ง มันเกินจะคุ้มกับชีวิตที่ผ่านมา แม้ต้องพบเจอกับความยากลำบาก